รีวิว Canon Autoboy S Panorama

ถ้าถามเราว่ากล้องตัวไหนเราใช้บ่อยสุด ตอบได้เต็มปากเลยว่าเป็นเจ้า Canon Autoboy S นี่แหละ พกไปทุกที่ไม่ว่าขึ้นรถ ลงเรือ ซื้อของ เดินเที่ยว ว่ายน้ำ ออกกำลังกาย อะไรต่อมิอะไรก็ต้องพกติดกระเป๋าไปด้วย และยังคง concept ของคนไม่มีตังอย่างเราไว้เหมือนเดิม คือ กล้องดีราคาไม่แพงมากนั่นเอง55555555555555

กล้อง Canon Autoboy S ออกวางขายในเดือนกันยายน ปี1993 โดยมีค่าตัวที่ 65,000 JPY (ประมาณ 19,000บาท) เป็นกล้องฟิล์ม Point and Shoot แบบ Auto คือเรามีหน้าที่กดถ่ายอย่างเดียวที่เหลือกล้องโฟกัสเอง คำนวนแสงให้เอง แสงไม่พอแฟลชก็ออกเอง เหมาะมากๆสำหรับคนที่ไม่อยากคิดอะไรเยอะกดๆถ่ายไปยังไงก็ได้รูป หรือ คนที่อยากเริ่มเล่นกล้องฟิล์มแต่ไม่รู้การปรับค่าต่างๆ กล้องประเภทนี้ก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่น่าลอง

Specification

เลนส์ : Canon Zoom Lens 38 – 115mm f/3.6 – 8.5

ความเร็วชัตเตอร์ : 2 – 1/1200 วินาที

แฟลช : มีแฟลชในตัว

แบตเตอรี่ : ถ่าน CR123A 2ก้อน

ฟิล์ม : ใช้ฟิล์มขนาด 135

ปุ่มต่างๆ และ ฟังก์ชันการใช้งาน

ก่อนอื่นต้องขอโทษเรื่องสภาพกล้องอันอนาถ(ใช้จนน้องสู่ขิตไปแล้ว)

การควบคุมของกล้องเกือบทั้งหมดนั้นอยู่ด้านหลัง ซึ่งการควบคุมที่สำคัญที่สุดคือแหวนปรับโหมดการเปิดกล้องคือหมุนแหวนไปที่โหมดใดใดที่ไม่ใช่ OFF

SPOT = โหมดวัดแสงเฉพาะจุด(ใช้ในการการถ่ายภาพย้อนแสง)โดยจุดวัดแสงจะอยู่กลางภาพ

S-AUTO = Silence AUTO คือโหมดออโต้ที่เสียงกรอฟิล์ม ขึ้นฟิล์ม จะเบาเป็นพิเศษ

OFF = ปิดเครื่อง

AUTO = โหมดที่กล้องจะคิดทุกอย่างแทนเรา เราแค่กดถ่ายอย่างเดียว

สัญลักษณ์คนวิ่ง = โหมดถ่ายภาพต่อเนื่อง

สัญลักษณ์คนมีดาวอยู่ข้างหลัง = โหมดถ่ายภาพกลางคืน

สัญลักษณ์ผู้หญิง = โหมดถ่ายรูปครึ่งตัว (กล้องจะคำนวนระยะแล้วซูมให้เอง)

สัญลักษณ์ดอกไม้ = โหมดถ่ายรูประยะใกล้ หรือ Macro (กล้องปรับไปที่ระยะเลนส์ที่สามารถโฟกัสได้ใกล้สุด)

ข้างๆช่องมองภาพคือปุ่มเลื่อนสำหรับถ่ายภาพพาโนรามา(ปลอม) ที่จะเป็นการเอาแถบสีดำมาคาดด้านบนและด้านล่างของภาพ ใช้โดยการเลื่อนสลักไปทางซ๊าย เมื่อต้องการกลับมาถ่ายภาพแบบปกติให้กดปุ่มที่สลัก

ด้านบนเป็นปุ่มซูมเข้า / ซูมออก และ ปุ่มชัตเตอร์ เมื่อกดชัตเตอร์ครึ่งหนึ่งจะเป็นการโฟกัส กล้องจะมีไฟสีเขียวแสดงสถานะว่าโฟกัสเข้าแล้ว แต่ถ้าไฟสีเขียวกระพริบหมายความว่าโฟกัสไม่เข้า เมื่ออยู่ในที่แสงน้อยจนกล้องไม่สามารถหาโฟกัสได้เราแนะนำให้กดชัตเตอร์ครึ่งหนึ่งไว้สัก3-4วินาทีจนกว่าไฟจะเลิกกระพริบจะช่วยเพิ่มโอกาศได้รูปมากขึ้น จุดโฟกัสจะอยู่ตรงกึ่งกลางของภาพ

จอLCDด้านหลังกล้องแสดงจำนวนฟิล์มที่เหลืออยู่ ระดับของแบตเตอรี่ สถาณะการปิด/เปิดแฟลช การตั้งเวลานับถอยหลัง วันที่ และ แคปชั่น

การแสดงผลที่ LCDCAPTION
E – 1♥I LOVE YOU♥
E – 2THANK YOU!
E – 3SEASON’S GREETINGS
E – 4HAPPY BIRTHDAY
E – 5CONGRATULATIONS

ในส่วนของแคปชั่นก็มีให้เลือกหลายคำ แต่ทุกครั้งที่เปิดกล้องใหม่มันจะรีเซ็ตการตั้งค่าแคปชั่นเท่ากับว่าเราจะต้องตั้งค่าแคปชั่นใหม่ทุกๆครั้งที่เปิดกล้อง โดยกล้องจะแสดงผลเป็น E – 1 ถึง 5

สำหรับคนที่อยากอ่านคู่มืออย่างละเอียดสามารถดาวน์โหลดได้ตรงนี้

ในส่วนของคุณภาพของภาพที่ได้ก็ถือว่าใช้ได้เลย ด้วยเลนส์ระยะ 38-115mm ที่ค่อนข้างจะครอบคลุมการใช้งานส่วนใหญ่ แต่บางคนว่ามันแคบไป ส่วนตัวเราถ่ายแนว Portrait เป็นหลักเลยไม่มีปัญหาในเรื่องนี้ ออกจะชอบด้วยซ้ำ ค่ารูรับแสงที่3.6ก็พอที่จะละลายฉากหลังได้บางๆ ทำงานกับฟิล์มที่ไวแสงตำ่ได้ค่อนข้างดี วัดแสงแม่นยำดี ถึงความคมจะไม่เท่ากับพรีเมียมคอมแพค แต่ด้วยราคาที่ต่างกันหลายเท่าตัว เราว่าได้แค่นี้ก็ถือว่าผลลัพท์ค่อนข้างน่าพอใจ

สรุป

เป็นกล้องที่ใช้งานง่ายมากกกกกกก การทำงานของกล้องค่อนข้างฉลาด แทบจะไม่ต้องคิดอะไร กดถ่ายอย่างเดียว สามารถเอาไปถ่ายแบบหวังผลได้ ถ่ายสนุก หลายครั้งที่ถ่ายเพลินหมดม้วนเร็วมาก รูปค่อนข้างชัด เลนส์ตอบโจทย์การใช้งานทั่วไป เป็นกล้องที่พกไปทุกที่จริงๆ ราคาประมาณ 1,500 – 3,500 บาท ถือว่าไม่แพงมากเมื่อเทียบกับรูปที่ได้ โดยรวมแล้วประทับใจมากๆ

ตัวอย่างภาพจากผู้ใช้ท่านอื่นๆ

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น